Rebirth

by Imhathai Suwatthanasilp

13 September – 11 October 2014

ชื่อนิทรรศการ “ออกเรือน” มีความหมายสำคัญอยู่สองประการ ประการแรก ออกเรือน มีความหมายว่า แยกจากเรือนพ่อแม่ไปอยู่เรือนใหม่เนื่องจากการแต่งงานมีครอบครัว สอดคล้องกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมา ครอบครัวของฉันที่ประกอบด้วยพี่น้องทั้งสี่คนนั้น น้องสาวสองคนได้แต่งงานแยกครอบครัวออกไปใช้ชีวิต เริ่มต้นสู่การมีครอบครัวเป็นของตนเอง ส่วนน้องสาวฝาแฝดของฉันเองก็ได้แต่งงานแยกตัวออกจากครอบครัวไปเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ในขณะที่ตัวฉันเองก็ได้ตัดสินใจย้ายจากที่พักอาศัยในอพาร์ทเม้นท์มาอยู่ที่บ้านกับคนรัก เราทั้งคู่ต่างก็มีเหตุผลที่จะไม่แต่งงาน และเห็นความสำคัญของการอยู่ร่วมกันมากกว่าพิธีกรรม

ในอีกทัศนะของฉัน คำว่า “ออกเรือน” ยังมีความหมายอีกประการหนึ่งที่ซ้อนทับอยู่ในคำๆ นี้ เพราะมันเกิดจากเหตุที่พ่อจากไปและครอบครัวของฉันต้องสูญเสียบ้านที่เคยอาศัยร่วมกันมาตั้งแต่เด็ก นี่จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทุกคนในบ้านต้องแยกกันอยู่ เหตุการณ์หลายอย่างทำให้ภาพของความเป็นบ้านในเชิงกายภาพสิ้นสุดลงในทันที เมื่อไม่มีบ้านแล้ว การที่สมาชิกในครอบครัวจะอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าเหมือนในอดีตจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้ ตั้งแต่พวกเราสูญเสียบ้านไป เวลาฉันคิดถึงคำว่า “บ้าน” ฉันมักจะนึกถึงตัวบุคคลผู้เป็นสมาชิกของครอบครัวแทน  ผลงานแต่ละชิ้นในนิทรรศการนี้ได้สร้างขึ้นจากความหมายดังกล่าวหลอมรวมกับความรู้สึกสับสน แม้จะมีความยินดีกับการแต่งงานของน้องๆ ทั้งสาม แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็กลับซ่อนเร้นความเศร้าอยู่ในที

มีคำพูดเปรียบเปรยถึงการแต่งงานว่า ผู้ที่แต่งงานนั้นไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ก็เปรียบเหมือนเป็นผู้ได้เกิดใหม่ เพราะถือว่ามีพ่อแม่ของฝ่ายคู่สมรสเพิ่มขึ้นมา …ฉันหวนคิดถึงคำกล่าวนี้อยู่บ่อยๆ จึงได้เลือกรูปทรงอวัยวะภายในของผู้หญิงเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของผลงานชุดนี้เพื่อสื่อถึงความหมายของการเกิดใหม่ในเชิงอุปมา เพราะการ “ออกเรือน” ในเรื่องราวที่สัมพันธ์กับชีวิตของฉันนั้นไม่ต่างจากการเกิดใหม่ ในร่างกายเดิมและจิตวิญญาณเดิม

อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์, 2014

The exhibition, titled  Ók-Reuan  (ออกเรือน, literally means “leaving the nest”), addresses two significant meanings. Firstly, it means moving out to live on your own due to marriage, which this case happened to my family in the last two years. Our family has four sisters. My two younger sisters got married, moved out, and started their own families. My twin sister also got married and moved out of our parents’ house years ago, while I decided to leave my apartment and move in with my partner. We both have a reason not to get married because we agree that living together is more important than a marriage ceremony.

In a sense, “leaving the nest” also includes another meaning. Due to the passing away of my father, our family lost the house we had been living together since childhood. For that reason, our family needs to live separately. We lost our physical home due to many conditions. When there was no house, it was almost impossible to have everyone living together like in the past. Thus whenever I think of the word “house”, I  always think of the members of my family instead. Each piece of the artwork in this exhibition is made up of such meanings combining with the feeling of confusion. Although I am glad with my sisters’ marriages, what happened to my family has left me with lingering sadness.

Besides, there is a metaphor about marriage that says a newlywed, be it a wife or a husband, is like a newborn in a new family and he or she also gets the spouse’s parents as his/hers. I often think of this metaphor and use female internal organ as an inspiration to express this metaphorical Rebirth. Therefore, “leaving the nest” for me is not different from being born again, in the same old body and soul.

Imhathai Suwatthanasilp, 2014