Time

Gallery’s Printing and Drawing Collections

25 October – 15 November 2014

Time

ย้อนกลับไปราวปี ค.ศ. 1985 เป็นช่วงที่ยังผมเป็นผู้จัดนิทรรศการอิสระ เมื่อเริ่มมีรายได้บ้างผมไม่ค่อยได้เก็บออม แต่กลับนำเงินไปซื้องานศิลปะที่ชอบเก็บไว้เป็นของส่วนตัว โดยเฉพาะศิลปะภาพพิมพ์ และงานดรออิ้งของศิลปินอย่าง คามิน เลิศชัยประเสริฐ, สุรสีห์ กุศลวงศ์, นิติ วัตุยา รวมถึงผลงานศิลปินที่มีชื่อเสียงในยุคนั้นบางคน เช่น ประหยัด พงษ์ดำ, อิทธิพล ตั้งโฉลก, ญาณวิทย์ กุญแจทอง หลังจากนั้นผมก็เริ่มเก็บผลงานศิลปินรุ่นใหม่ๆ จำได้ว่าสมัยนั้นงานวาดเส้น หรือภาพพิมพ์เป็นงานที่ไม่แพง เพราะนานมาแล้วผมเคยช่วยจัดนิทรรศการให้กับเฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นงานวาดเส้น ราคาราวๆ 3,000 -4,000 บาท สมัยก่อนคนยังไม่ค่อยให้ความสำคัญ งานภาพพิมพ์และดรออิ้งจึงไม่ได้มีราคาสูงนัก

ที่ผ่านมาผลงานภาพพิมพ์ กับงานดรออิ้งมักจะได้รับการจัดหมวดหมู่รวมกันด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ในฐานะที่ผมเคยเป็นศิลปินทำงานวาดเส้นมาก่อนจึงมีความสนใจเทคนิคนี้เป็นพิเศษ สังเกตได้ว่าภาพพิมพ์แทบทุกเทคนิค ไม่ว่าจะเป็น lithography, woodcut, engravingetchingmezzotint, drypoint ฯลฯ ต้องสร้างจากกระบวนการดรออิ้งแทบทั้งสิ้น ผลงานภาพพิมพ์ที่ดีจะมีลายเส้นที่มีชีวิต มีความฉับพลัน เฉียบคมของการดรออิ้ง เพียงแค่ภาพพิมพ์เป็นกระบวนการที่ช่วยคงสภาพ และสามารถทำซ้ำชิ้นผลงานได้

จำได้ว่าผมเคยประทับใจงานวาดเส้นของ นิติ วัตุยา ชิ้นหนึ่ง เป็นรูปไหโบราณ แม้ผลงานจะสูญหายไปจากการนำไปจัดนิทรรศการในต่างประเทศ แต่ก็ยังตราตรึงเสมอมา งานของนิติทำให้เราตระหนักว่าเพียงแค่การวาดเส้นด้วยดินสอ ปากกา ก็สามารถเปลี่ยนมิติการรับรู้วัตถุธรรมดาชิ้นหนึ่งได้อย่างน่าสนใจ หรือภาพที่นิติเขียนเนินเขา lancaster hill ที่อเมริกา แม้เราจะไม่เคยไปสถานที่จริง แต่เพียงเส้นดินสอทำให้ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศภายในทิวทัศน์นั้นได้ หรืองานวาดเส้นแบบต่อเนื่องของท่านกูฏ (ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ) ที่ผมเคยได้มีโอกาสเป็นลูกมือท่านสมัยวัยรุ่น ก็ยังจำได้ว่าท่านกูฏเคยดรออิ้งภาพบุคคลไว้ เป็นผลงานที่น่าประทับใจซึ่งแทบไม่เคยมีใครได้เห็น

ศิลปินอีกคนหนึ่งที่มีลายเส้นสวยมากคือวิโรจน์ เจียมจิราวัฒน์ บางภาพใช้เส้นน้อยมาก แต่กลับสร้างความสมบูรณ์ ให้ชีวิตชีวากับภาพได้ เส้นสามารถให้ระยะในภาพ ให้อารมณ์ แม้กระทั่งอายุ หรือบุคลิกของคนในภาพก็สามารถนำเสนอผ่านเส้นได้ ไม่เว้นแม้แต่ศิลปินอิสระก็ทำงานดรออิ้งกันอย่างกว้างขวาง อาทิ สมบูรณ์ หอมเทียนทอง, วสันต์ สิทธิเขตต์, ช่วง มูลพินิจ โดยเฉพาะ ประเทือง เอมเจริญ, จ่าง แซ่ตั้ง, ถวัลย์ ดัชนี ก็ยังมีผลงานดรออิ้งเป็นสาระและทรงคุณค่ามาจนทุกวันนี้

ครั้งหนึ่งผมเคยจัดนิทรรศการผลงานวาดเส้นร่วมสมัย… ศิลปินแต่ละคนมีวิธีคิดสร้างงานวาดเส้นที่น่าสนใจมาก คนทั่วไปมักจะเข้าใจว่าดรออิ้ง ต้องเป็นเส้นดินสอปากกาอย่างเดียว แต่ยังมีวิธีนอกกรอบอีกมากมายที่นำเสนอกระบวนการดรออิ้งได้ นิทรรศการครั้งนั้นมีผลงานที่น่าสนใจอย่าง คามิน เลิศชัยประเสิรฐ ทำงานด้วยกลวิธีฉีกกระดาษเป็นรูปร่าง ผลงานของ วิโชค มุกดามณี ใช้เหล็กแหลมขูดขีดบนเพลทโลหะ มณเฑียร บุญมา นำใบไม้มาเผาแล้วนำขี้เถ้ามาวาดเป็นรูปใบไม้ ความฉับพลันทางความคิด และการแสดงออกนี้เองที่ผมคิดว่าดรออิ้งเป็นกระบวนการทางศิลปะที่มีความสด เฉียบคม ฉับพลัน ไม่เคยล้าสมัย

นอกจากนี้ในยุคที่ภาพพิมพ์เพื่องฟู ช่วงทศวรรษที่ 30 ประเทศไทยมีศิลปินทำภาพพิมพ์คุณภาพออกมามากมาย และประสบความสำเร็จอย่างสูงในเวทีประกวดต่างๆ โดยเฉพาะศิลปินหญิงที่นับว่าโดดเด่นขึ้นมาอย่าง อารยา ราษฎร์จำเริญสุข, นัยยา โชติสุข, กัญญา เจริญศุภกุล, ยุพา มหามาตร เป็นต้น วงการศิลปะภาพพิมม์แม้จะมีปัญหาในเรื่องของระบบการพิมพ์เมื่อแท่นพิมพ์มีราคาแพง และมีใช้กันในสถาบันการศึกษาเป็นหลักเท่านั้น นักสะสมหรือผู้สนับสนุนก็มีน้อยจากความกังวลในการเก็บรักษางานกระดาษ แต่ปัจจุบันเราก็เริ่มมีระบบสตูดิโอรองรับการพิมพ์ที่มีมาตรฐานเข้ามาช่วยเหลือ ศิลปินรุ่นใหม่ๆ จึงเริ่มทำให้กระแสการทำภาพพิมพ์กลับมานิยมอีกครั้ง

สุดท้ายสำหรับผม ภาพพิมพ์คือกระบวนการที่มีเสน่ห์ เมื่อศึกษาจนเข้าใจในขั้นตอนและเทคนิคต่างๆ ก็ยิ่งให้อรรถรสในการชื่นชม โดยเฉพาะกระบวนการดรออิ้งที่เปรียบกับญาติของภาพพิมพ์ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เทคนิคการทำแบบร่างอย่างที่หลายคนเข้าใจ นิทรรศการ “Time” ในครั้งนี้ผมจึงต้องการแบ่งปันความชื่นชมในผลงานภาพพิมพ์และดรออิ้ง ทั้งจากผลงานที่ผมเก็บรักษาไว้เป็นของส่วนตัวและจากศิลปินรับเชิญที่ผมติดตามอยู่เสมอ อยากจะให้ผู้ชมได้เห็นบรรยากาศทางความคิดของศิลปินทั้งรุ่นใหม่และศิลปินอาชีพที่ยังคงสร้างสรรค์ผลงานในแนวทางนี้ รวมถึงผลงานเก่าเก็บที่ยังคงมีชีวิตโลดแล่นผ่านกาลเวลา

นำทอง แซ่ตั้ง
ผู้อำนวยการนำทอง แกลเลอรี่

Back around 1985, when I was a freelance exhibition organizer, I rarely saved my money. Instead, I used it to buy artworks that caught my attention, and would add them to my personal collection. I loved prints; and drawings by artists such as Kamin Lertchaiprasert, Surasi Kusolwong and Nitti Wattuya; and also the works of famous artists from that period, including Prayat Pongdam, Ithipol Thangchalok, and Yanawitya Kunchaethong.

Later on, I started collecting works from new artists. I remember at that time, drawings and prints weren’t overly expensive. I helped organize an exhibition for Chalermchai Kositpipat – a drawing exhibition, and each piece was only worth about 3000 to 4000 Baht. The reason was, back then, people didn’t really appreciate these types of art.

In the past, prints and drawings were often grouped together for a number of reasons, and as a drawing artist myself, I took a special interest in this. It can be seen that almost all of the printmaking techniques, whether they be lithograph, woodcut, engraving, etching, mezzotint, drypoint, etc. are created from the process of drawing. A good print will be made as if the lines were alive, possessing the forceful and precise nature of the drawing. Printmaking then, is merely a process of preservation which enables a work to be duplicated.

I remember feeling impressed with one of Nitti Wattuya’s drawings: a picture of an ancient, earthen jar. Although the drawing was later lost from an art exhibition abroad, it made a very strong impression on me. Nitti’s earthen jar makes us realize that a simple drawing by pen or pencil can interestingly transform the entire dimension of perception. As an example, his drawing of Lancaster Hill in America, just by its pencil lines alone, makes me feel as if I am experiencing the atmosphere of the scenery, even though I have never been there before. And the continuous line drawings of Paiboon Suwannakudt, for whom I was once a teenage assistant, whose drawing of a portrait is, as I remember, an impressive masterpiece few have seen.

Another artist who has a very beautiful line is Viroj Chiam-chirawat. Some of his drawings contain few lines but they give a sense of animation and completeness to the pictures. His lines express distance, emotions, ages, and even the characters of the people in his works. Drawing is also widely popular among freelance artists including Somboon Hormtientong, Wasan Sittikate, Chuang Moolpinit, and especially Pratuang Emcharoen, Chang Saetang, and Tawan Duchanee whose drawings are still substantive and valuable today.

At one time I remember organizing a contemporary drawing exhibition. Each of the artists brought their own unique approach to creating the works for display. People know that drawing is done with a pen or pencil but, in fact, there are many other unorthodox means that can be used for the process. That exhibition included some unusual artworks created by techniques such as Kamin Lertchaiprasert’s trick of tearing paper into shapes; Vichoke Mukdamanee’s use of an iron spike to create a work by scratching a metal plate; and Montien Boonma’s use of ash from burnt leaves themselves to draw leaves. These approaches and expressions make me think that drawing is an artistic process imbued with freshness, preciseness, immediacy, and the sense of imperishability.

Since the golden age of printing in late 90s, Thailand has seen an influx of artists who have created many fine prints and been highly successful in various competitions. These have not been male artists alone, but female artists such as Araya Rasdjumrearnsook, Naiyana Chotisuk, Kanya Charernsupkul, Yupa Mahamatr have also entered the spotlight.

While there has been no shortage of talented artists, the printmaking society has faced various challenges over the years. One of these is the cost of printing machines. They are prohibitively expensive, and as a result, most printing machines have been kept and used mainly by academic institutions. Another problem is the lack of collectors and sponsors due mainly to the concern of preserving paper work. Now, however, we have a studio system which supports standardized printing and helps newcomer artists by bringing back the trend of printmaking once more.

Lastly, for me, printmaking is a fascinating process. A process in which the more one studies and understands the steps and techniques involved, the more one can appreciate the inherent aesthetic qualities. Especially if drawing is seen as a relative of printmaking, instead of just the technique of sketching that most people know it as.

For these reasons, in this “Time” exhibition I want to share my appreciation of prints and drawings, both from my own personal collection and from the guest artists I follow. I would like the audience to experience the atmosphere of creative thinking both from the new and professional artists who are still creating these kinds of works, and the old masterpieces whose value and substance transcend through time.

Numthong Saetang
Director of Numthong Gallery