Postcard of Love

Solo Exhibition by Kraisak Chirachaisakul

3 – 30 October 2015

ขณะที่เพื่อนศิลปินรุ่นเดียวกันเปลี่ยนหนีคลี่คลายไปเป็นแนวนามธรรมกันไม่น้อยนั้น ผมเองกลับรู้สึกว่าไม่อาจจะแสดงอะไรออกมาเป็นผลงานทำนองนั้นได้ จึงยังคงใช้ภาพบุคคลอันเป็นรูปธรรมเป็นสื่อแสดงออกต่อไป ซึ่งหลายครั้งก็เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่มีต่อประเทศและพระมหากษัตริย์ของเรา และหลายๆครั้งก็ต้องทำศิลปะด้วยวิธีการรวดเร็วฉับพลันสลับกับเทคนิคที่เชื่องช้าเนิ่นนานเพื่อรักษาสมดุลไว้

ภาพของในหลวงก็ดี หรือภาพบุคคลทั่วไปก็ดี มิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะต้องการแสดงออกซึ่งความรู้ความเข้าใจหรือแสดงทักษะความสามารถในการถ่ายทอดทางกายวิภาค หากแต่บางทีผลงานถูกทำขึ้นเพราะความท้าทายขีดความสามารถ ความอดทนของตัวเอง หรือกับบางภาพเพียงเพราะอยากรู้ว่าสีเหลืองจะเป็นอย่างไรหากถูกสีแดงพิมพ์ทับ หรือกับบางชิ้นถึงจะผ่านการชนะการประกวดมา ก็ยังนำแม่พิมพ์มาทำเพิ่มอีก และมีบางชิ้นก็เพียงแค่คิดถึงบุคคลในภาพมากจนอยู่เฉยไม่ได้

ขอบคุณพ่อแม่ ครูอาจารย์ บุตรหลาน ภรรยา ครอบครัว เพื่อนๆ
ขอบคุณคุณนำทองและแกลลอรีของเขา
ขอบคุณคุณวรรณพร พัฒนเสถียรกุล คุณประยูร ศรีคำ คุณธงชัย มูลกระแส (ทีมงานใส่กรอบ ติดตั้งทุกคน)
ขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทุกท่านที่ช่วยต่ออายุการทำงาน

ไกรศักดิ์ จิรชัยสกุล / 2558

While most of my friends have switched their creation styles to abstract art, I stay with portrait, a method which I find is more realistic to express my work. My works describe my feeling towards my country and the king. I often use both very quick and very slow process (to create the work) alternately to keep me balancing the way I create my artwork.

Whether it is a portrait of the king or a portrait of an ordinary people, all my artworks were created not only to express the realistic of anatomy, but also to challenge my ability and patience. Some of my works were created purely due to my curiosity, for example, how it is going to be if I use yellow print over the red plate. Some pieces that won the art competition are still brought to re-print, while the other were created basically due to my thought of people surrounding me.

I would like to thank my parents, family and friends for their supports and encouragement.
I gratefully thank my teachers who taught me various knowledge in arts.
I owe a big thank to Mr. Numthong and his staffs at Numthong gallery for their supports.
I also thank Ms.Wannaporn Patanasatienkul and the setting team , Mr.Prayoon Srikum, Mr.Thongchai Moonkrasae.
Finally, I wish to thank my entire benefactors who have provided support to continue creating the work.

Kraisak Chirachaisakul/ 2015