เรือน 3 น้ำ 4

Ruen Sam Nam See : 7 Elements

by Imhathai Suwatthanasilp

22 July – 31 August 2017

Artist Statement   (TH)

เรือนสาม น้ำสี่

อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ 2017

คติความเชื่อเกี่ยวกับผู้หญิงนั้นฝังรากลึกหลอมรวมอยู่ในการใช้ชีวิตของคนไทยอย่างแนบแน่นจนส่งผลอย่างชัดเจน ต่อพฤติกรรมของคนในสังคม สะท้อนในขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของไทย การแต่งงานนั้นคือจุดเปลี่ยนถ่ายของสถานภาพซึ่งได้ถูกใช้เป็นแรงบันดาลใจในนิทรรศการที่ผ่านมา และครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจากงานชุด “ออกเรือน” มาสู่นิทรรศการ “เรือนสาม น้ำสี่” ที่พูดถึงสถานภาพของแม่บ้านผ่านผลงานศิลปะ

ที่ผ่านมาฉันมักจะทำงานศิลปะที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาต่างๆ ของชีวิต ในปัจจุบันช่วงอายุ 30 กว่าๆของคนไทยส่วนใหญ่คือช่วงเวลาของการที่ชีวิตเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยของการมีคู่ และเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตคู่ รวมถึงตัวฉันด้วยเช่นกัน ฉันจึงสนใจพฤติกรรมของคนในช่วงวัยเดียวกัน และเกิดความสงสัยว่าแท้จริงแล้วทุกวันนี้คติความเชื่อต่างๆ นั้นยังคงมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตคู่อยู่จริงหรือไม่  ฉันรวบรวมข้อมูลทั้งจากประสบการณ์ของฉันเอง  จากการสังเกตบุคคลรอบข้าง เพื่อนๆ สมาชิกในครอบครัว รวมถึงเฝ้าติดตามข่าวจากสื่อต่างๆที่วนเวียนอยู่ในสังคมไทยของเรา  หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า เรื่องผัวๆเมียๆ

นิทรรศการนี้มีที่มาจากสุภาษิตไทย คำว่า “เรือน 3 น้ำ 4” ซึ่งเป็นคำที่ใช้ในการสอนผู้หญิงที่อยู่ในสถานะของแม่บ้านให้ยึดถือประพฤติปฏิบัติตามเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข ในสมัยก่อนเมื่อหญิงชายจะแต่งงานกัน พ่อแม่หรือผู้เฒ่าผู้แก่ มักจะสอนให้ฝ่ายหญิงรู้จักประพฤติปฏิบัติตนด้วย “เรือนสาม น้ำสี่” โดยข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ จะมีรายละเอียดของคำที่มาประกอบกันเป็นเรือน 3 น้ำ 4 แตกต่างกันออกไป

ฉันได้นิยามความหมายของ เรือน 3 น้ำ 4 ขึ้นมาใหม่ โดยคำว่า เรือนสาม นั้นได้แก่ เรือนกาย เรือนครัว เรือนนอน  ส่วนน้ำ 4  ได้แก่ น้ำคำ น้ำหอม น้ำเงิน และน้ำ และได้ตีความคำทั้ง 7 คำ แล้วนำเสนอในมุมมองของฉันเอง ที่ฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญและส่งผลกับชีวิตคู่ของฉัน หรือชีวิตคู่ของคนไทยในปัจจุบัน และสามารถอธิบายความคิดและกระบวนการสร้างสรรค์งานทีละคำ ดังนี้

“เรือนกาย” หรือร่างกาย สำหรับฉันร่างกายคือสิ่งสะท้อนถึงวันเวลาที่เลยผ่านของชีวิต พื้นที่ทุกส่วนของร่างกาย เปรียบดังบันทึกแห่งความเป็นจริงและเป็นบันทึกของประสบการณ์ของคนๆ นั้น ผลงานเรือนกายจึงถูกทำขึ้นเป็น 2 ชิ้น คือ ชิ้นแรกเป็นเส้นผมสีดำของฉันเอง อีกชิ้นหนึ่งเป็นเส้นผมหงอกของฉันที่รวบรวมไว้ตั้งแต่ปี 2011 งานทั้ง 2 ชิ้นนี้ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนเล็กๆ ของเส้นผมประกอบขึ้นเป็นรูปทรงใหม่ หรือรวมกันจนสร้างพื้นที่ใหม่ให้แก่ชิ้นงาน และฉันตั้งใจจัดวางอยู่เคียงข้างกันเพื่อให้ผู้ชมได้พิจารณากลับไปกลับมาระหว่างงานทั้ง 2 ชิ้นนี้

“เรือนครัว” หรือห้องครัว เมื่อนึกถึงห้องครัวแบบไทย มีสิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกสนใจเป็นพิเศษก็คือ เตาเชิงกราน เพราะทั้งชื่อของมันเอง ลักษณะการใช้งาน และรูปร่างเชิงกายภาพ ล้วนสร้างความรู้สึกประทับใจให้แก่ฉัน เตาเชิงกรานทำให้ฉันนึกถึงธรรมเนียมปฏิบัติของหญิงไทยโบราณที่หลังคลอดบุตรจะต้องทำการอยู่ไฟ ฉันจึงเชื่อมโยงจินตนาการจากคำว่า “เตาเชิงกราน” เพื่อนำไปสู่การสร้างรูปทรง จนเกิดเป็นเตาที่มีรูปร่างหน้าตาประหลาด

“เรือนนอน” หรือ ห้องนอน ฉันสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนอนของคู่รัก และเลือกใช้ภาพที่สะท้อนความสัมพันธ์ทางเพศของหนุ่มสาวไปสู่การทำงานจิตรกรรม เมื่อภาพๆ หนึ่งถูกทำให้ปรากฏซ้ำบน Format เดียวกันในลักษณะของการวางภาพที่ symmetry มันชวนให้เรานึกถึงวิธีการสร้างภาพแบบ Rorschach ซึ่งส่งผลให้ภาพตั้งต้นถูกเปลี่ยนจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ภาพของคู่รักหนุ่มสาวกำลังกลายไปสู่ภาพร่องรอยหยดสีที่ดูไร้ซึ่งความหมาย (หรือในอีกทางหนึ่งมันอาจจะกำลังสร้างความหมายใหม่) งานจิตรกรรมชุดนี้ได้เชื่อมโยงไปสู่คำถามในในของฉัน ความสัมพันธ์อันเริ่มต้น หรือจบลงด้วยการมี sex นั้นจะนำพาคู่รักไปสู่อะไรได้บ้าง

“น้ำคำ” หรือถ้อยคำ เมื่อตอนเป็นเด็ก ที่ฝาตู้เย็นในบ้านของเราถูกเขียนประโยคแปลกๆ เอาไว้ว่า “ขอให้พวกเราอยู่อย่างหมาๆ” มันเป็นถ้อยคำที่พ่อสั่งให้เราเขียนมันลงบนตู้เย็น ถ้อยคำนั้นปรากฏเด่นชัดเพราะมันถูกเขียนในส่วนที่ทุกคนในบ้านต้องได้เห็นมันทุกครั้งที่เปิดตู้เย็น ฉันนำถ้อยคำนี้มาเป็นต้นแบบเพื่อใช้เส้นผมถักเป็นตัวอักษรที่ละตัว แล้วนำมาเรียงต่อกันเป็นประโยคและขึงตรึงไว้ด้วยเข็มหมุดจำนวนมาก จากนั้นก็กลับหัวข้อความนั้นเสีย  การทำเช่นนี้ส่งผลให้การรับรู้เชิงความหมายของรูปประโยคจบสิ้นลงทันที ในความคิดของฉัน ฉันต้องการให้ข้อความหรือถ้อยคำจึงถูกเปลี่ยนหน้าที่ของมันไปสู่งานจิตรกรรมและรับรู้ด้วยทัศนธาตุที่ปรากฏ (แต่ในความเป็นจริงแล้วเมื่อเรารับรู้ความหมายของคำหรือประโยคใดๆไปแล้ว แม้ว่าเราจะกลับทิศทางของตัวอักษรไปในทิศทางใด เราก็จะยังคงรับรู้ถึงความหมายของมันได้อยู่ดี เหมือนเช่นเดียวกันกับการที่ประโยค “ขอให้พวกเราอยู่อย่างหมาๆ” ถูกเขียนไว้ที่ตู้เย็น แม้ว่าเราจะไม่อ่านมันอีก แต่ในทุกครั้งที่เปิดตู้เย็นเราก็รู้ได้ว่ามีประโยคนี้อยู่ ซึ่งสิ่งนี้ค่อนข้างย้อนแย้งกันเองกับความต้องการที่จะให้ประโยคๆหนึ่งกลายไปเป็นภาพ) กระบวนการทำงานนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสัมพันธ์กับความรู้สึกที่ฉันมีต่อถ้อยคำ และดูราวกับว่าฉันกำลังทำพิธีกรรมเพื่อถอนคำสาป

“น้ำหอม” คือ สิ่งสะท้อนถึงการสร้างแรงดึงดูดทางเพศ ความต้องการเป็นที่สนใจ การฉีดน้ำหอมแสดงถึงความมีรสนิยม ความหรูหราฟุ่มเฟือย และมีผลเพื่อซ่อนเร้นกลิ่นที่แท้จริงของร่างกาย สำหรับคำว่า “น้ำหอม” ฉันได้สร้างผลงานออกมา 2 ชิ้น ชิ้นแรกฉันนำขวดน้ำหอมมาถักหุ้มด้วยตาข่ายเส้นผม จากนั้นเส้นผมจำนวนมากถูกปลูกให้งอกยาวขึ้นจากขวดน้ำหอมที่บรรจุน้ำหอมกลิ่นกุหลาบสีชมพูใสเอาไว้ มันคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่สิ่งของใดๆ จะมีเส้นผมงอกขึ้นมา ฉันจงใจสร้างมันให้ดูเกินจริง และขวดน้ำหอมเพียงขวดเดียวกำลังถูกสร้างให้เป็นสิ่งปาฏิหาริย์(หรือจะเป็นเพียงเรื่องโกหก) งานอีกชิ้นหนึ่งซึ่งทำจากขวดน้ำหอมจำนวน 10 ขวดเล็กๆ ถูกทำให้ดูคล้ายกับสรีระของคนมันดูมีชีวิตและสวมเสื้อผ้าหรูหรายืนอยู่อย่างสง่างาม

“น้ำเงิน” ในที่นี้หมายถึง ค่าของเงินหรืออำนาจของเงิน ฉันสร้างประติมากรรมชิ้นเล็กๆ ขึ้นจากเส้นผมของฉันเอง ถักเป็นโครงข่ายขยายสูงขึ้นไปในอากาศ มันสูงเท่าที่ตัวมันเองจะยังสามารถตั้งอยู่ได้โดยไม่ล้มลงมาด้วยการถ่วงน้ำหนักของเหรียญบาทจำนวนหนึ่งที่ฉันใส่ไว้ภายในโครงสร้างอันบอบบางนั้น งานชิ้นนี้สะท้อนการดำรงอยู่และเป็นไปของชีวิตของคนในปัจจุบันได้อย่างตรงไปตรงมา

และคำสุดท้าย “น้ำ” ฉันตั้งโจทย์ให้กับตัวเองสำหรับงานชุดนี้ โดยโจทย์มีอยู่ว่าฉันจะวาดรูปน้ำโดยที่ไม่วาดน้ำได้อย่างไรบ้าง ฉันจึงใช้คำว่า “น้ำ” เป็น inspiration เชื่อมโยงไปสู่สิ่งต่างๆ เช่น พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำ น้ำให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตทั้งมวล น้ำก่อให้เกิดการทำมาหากิน น้ำที่อยู่ในร่างกายของเรา และเลือกเอารูปทรงที่มีที่มาจากสิ่งเหล่านั้นมาเขียนเป็นงานวาดเส้นบนกระดาษ

หากงานศิลปะเป็นบทบันทึกเล่มหนึ่งของฉัน ฉันจะเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของชีวิตเพื่อจะได้เขียนมันไว้ในบันทึกหน้าต่อไป

Artist Statement   (ENG)

Ruen Sam Nam See : 7 Elements

Imhathai Suwatthanaslip, 2017

 The traditional belief on woman was so deeply rooted in way of living for Thais that consequently it has caused the impact to the behavior of people in society, reflected in Thai custom, tradition and culture. Marriage is a change of status which was the inspiration in the last exhibition and this is the continued chapter from “Rebirth” to “Ruen Sam Nam See” which is about the status of housewife through artwork.

I usually conduct my artwork in accordance with each period of life, now in the age of 30s, it is the period that most Thai people turn into couples and start their couple lives, and so am I. I, therefore, am interested in behavior of same age people and wonder if those traditional belief stills could cause the impact on living as couples or not. I have gathered the information from my own experiences, observation on surrounded people, friends, family members and followed the news in Thai society or what we could call spousal matter.

This exhibition originally comes from the Thai proverb, “Ruen Sam Nam See” which was used to educate woman, whose status was housewife, to stick to do things for family happiness. In the past, when a man married a woman, their parents or the elderly usually instruct a woman to behave in accordance with “Ruen Sam Nam See”, however, the references of its definitions are quite various.

I have newly defined the meaning of “Ruen Sam Nam See” by Ruen Sam as Ruen Guy (body), Ruen Krour (kitchen) and Ruen Non (bedroom), and then Nam See as Nam Kham (words), Nam Hom (perfume), Nam Ngern (money) and Nam (water), these 7 words were implied and presented in my own perspective, based on what I think these are important for and how they cause the impact to my couple life or others’ in these days. The explanation on way of thinking and working process for each word is as follows;

 “Ruen Guy” or body – from my point of view, body is the reflection of passed time of life, all area of body is like the memory of reality and also the memory of experiences for individual. This artwork was made into two pieces, the first one is my black hair and another is my grey hair that were collected since 2011. These two pieces were produced from tiny pieces of hair that were newly shaped or combined into new area of artwork, and I intended to align them together, so the audience can consider them back and forth.

 “Ruen Krour” or kitchen – considering Thai style kitchen, there is one kitchenware that I am particularly interested in, it is Tao Cherng Kran (a stove with pelvis shape) either its name, its function or its shape impressed me a lot. It reminded me the traditional postpartum way of woman in the past, which a woman has to pass the confinement, hence I connected my imagination from the word “Tao Cherng Kran” to way of shaping and creating the extraordinary stove.

“Ruen Non” or bedroom – I’m interested in what happens in couple’s bedroom and decided to illustrate the sexual relationship of young couples into painting. When a picture was repeatedly represented on the same format, and the way of its symmetry reminded us the creating process of Rorschach picture, which showed in the result that the original picture was transformed into something else. In this regards, the picture of young couples was transformed into the picture of spots of ink which seemed meaningless (on the other hand, it may going to create new meaning). This set of painting connected to question in my mind, what the relationship starting or ending with sex could lead the couples to.

“Nam Kham” or words – when I was young, there was a weird message written on the refrigerator’s wall, “Wish us living like dogs.” It was the message Dad told us to note it on the refrigerator and it became so clearly seen since it was written on the space that everyone in the house would have seen anytime the refrigerator was opened. I brought this message as the prototype for braiding the hair into each alphabet, then arrange them into sentences and fixed them with lots of pin, then I turned the message upside down. This action has suddenly ended the awareness of its meaning in my opinion. I would like the message or sentence’s function to be changed into artwork and was recognized by the appeared visual elements (however, in fact when we acknowledged the meaning of any words or sentences, even the way of the alphabets was turned into any directions, we still realize its meaning, just like the way the message “Wish us living like dogs.” that was written on refrigerator, even if we did not read it anymore, every time we open the refrigerator we then realized this message stills exist, this, however, contrasts with the attempt to turn a sentence into picture). The working process was created in relation to my feeling towards the words, and it seemed like I am hosting a ritual ceremony to remove the curse.

 “Nam Hom” or perfume – perfume reflected the forming of sex appeal and a need of being interested. Wearing a perfume represented those having a taste, luxury, also hiding the actual scent of body. I have created two pieces of artwork for the word “Nam Hom”, for the first one I brought perfume bottle bound with a net made from hair, then lots of hair were planted in the bottle that filled with rose scent and pink perfume. It is impossible that any hair could grow from object, I intended to create it surrealistic, and only one perfume bottle was created into miracle (or it could be just a lie). Another artwork is made from 10 tiny perfume bottles, it was created to look like living human shape, wearing cloth and standing elegantly.

“Nam Ngern” or money – In this regard, it means value or power of money. I created this tiny sculpture from my own hair, knitted as the network into the air, its height is as high as it could stand alone, without falling, with the counterbalance by numbers of one-baht coins I have put inside that fragile structure. This artwork directly reflected the existence and moving of people’s life in these days.

Lastly, “Nam” or water – I have set a quest for myself in this set of artwork that how I will draw a picture of water without drawing a water, therefore I used the word “Nam” as the inspiration connected to other stuffs i.e. ritual ceremony related to water, water as origin of thing, water that created careers, or water inside our bodies, etc. and I chose the shapes from the aforementioned stuffs to draw on the paper.

If artwork is one chapter of my diary, I will keep following the change of life so that I can write it down on the next page.

 

detail

« Previous | Next »