A Talk 2 the Blues

By Attasit Aniwatchon

6 – 31 May 2006

บทสนทนากับความเศร้า

งานของผมพูดถึงเรื่องสองเรื่อง คือ ความจริงที่เจ็บปวด กับความงดงามกับด้านมืดของชีวิต

ผมแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าการบรรยายความขมขื่นของชีวิตออกมาเป็นภาพเขียนจะให้ความรู้สึก จริง กว่าภาวะอารมณ์อื่น คงเป็นเพราะสิ่งที่ปรากฏในวานเก่าๆ มักเป็นเรื่องความสวยงามแบบนามธรรมที่ถูกปรุงแต่งขึ้น สุดแท้แต่ว่ามือกับใจใครจะควบคุมใคร และเมื่อพิจารณาย้อนหลังไปถึงบริบทในขณะนั้น ล้วนสามารถอ้างอิงได้ถึงปัจจัยทั้งหลายทั้งปวงที่ก่อเกิดเป็นตัวผมทั้งสิ้น ท่ามกลางกระแสศิลปะร่วมสมัยในปัจจุบัน ศิลปินจำนวนไม่น้อยผสมผสานความคิดข้ามสายพันธ์กับศาสตร์แขนงอื่น แต่คำบอกเล่าง่ายๆ ที่อธิบายความเป็นคนทำงานศิลปะของผมคือ ผมพอเขียนรูปได้ เสมือนสิ่งมีค่าที่สุดที่ตัวเองพอจะมี

ช่วงเวลาที่ไม่ได้เขียนรูป ผมปลูกต้นไม้มากมายและรักมัน เดิมทีด้วยอุปสรรคความยากลำบากในการดูแล ผมเกือบจะล้มเลิกความตั้งใจตั้งแต่ 3 ปีแรก แต่ด้วยเหตุจากคำแนะนำของบุคคลอันเป็นที่รัก ทำให้ผมพยายามจะเรียนรู้มันมากกว่าเดิม ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อจะประคับประคอง ขณะที่เวลาก็ล่วงเลยผ่านไป ผมรู้สึกว่าเวลา 10 ปี ช่างรวดเร็วเหลือเกิน เร็วจนจำความได้เลือนรางเต็มที คุ้นแค่ว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งอธิฐานบางสิ่งบางอย่างกับบ่อน้ำเล็กๆข้างบ้าน ผู้ชายคนหนึ่งกับซากกระทงในหลายวันต่อมา หยาดน้ำตากับหลายชีวิตของหมาและแมวสุดที่รักที่ฝังร่างไว้บริเวณสวนและคำสัญญาต่างๆ ที่ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย

ผมมีหลายสิ่งเหลือเกินที่ต้องทำในชีวิต แต่ก็คิดถึงความปรารถนาลึกๆ ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา บ่อยครั้งที่ผมทำงานศิลปะในใจ เขียนภาพในใจ รูปแล้วรูปเล่า ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องชวนหัวเราะ น่าแปลกก็ตรงที่ว่าผลลัพธ์ของงานจริงมักจะซ้อนเข้ากับภาพที่อยู่ในใจได้เสมอ ผมไม่เคยปล่อยให้งานชิ้นหนึ่งจบสิ้นลงโดยไม่หาทางแก้ไข หลายครั้งที่ผมลบภาพออกจากผืนผ้าใบด้วยความรังเกียจสิ่งที่เขียนเองกับมือ ผมน่าจะทำเช่นเดียวกันนี้กับบางเรื่องในชีวิตได้ แต่เส้นลายมือใต้นิ้วก้อยซ้ายเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า ไม่มีประโยชน์หรอก

ไม่ต้องค้นหาความถูกต้องอะไรจากงานของผม มันไม่มีอะไรจริงเลยซักอย่าง ภาพเขียนที่เต็มไปด้วยความเท็จ ความเพ้อเจ้อ หลอกแม้กระทั่งตัวเอง มันเป็นตัวแทนของบางสิ่งที่ผมคิดถึงมาตลอด ถ้าหลายสิ่งหลายอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง จะมีผู้หญิงคนหนึ่งร้องไห้อย่างมีความสุขที่สุดผมเองก็เช่นกัน

อรรถสิทธิ์ อนิวรรตน์ชน

A Talk 2 the Blues

My work speaks for two things: painful truths and beauties of life’s dark side.

I can hardly believe that describing life’s bitterness through painting could make it feel more “real” than describing some other feelings. That, perhaps, is because most of my previous pieces often speak about subjective beauties that were created by either hand or mind, whichever one that was taking control at the time.

However, when looking back to their context, it can all refer to each and every aspect that makes me today.

In the midst of today’s contemporary art trends, a number of artists have cross combined their thoughts with knowledge from other fields of science. Nonetheless, a simple, phrase that expresses my artisan is “I can somewhat pain”, which is the most valuable thing I possess.

In times that I was not painting, I grew many trees and I loved them. With all the difficulties in nurturing them, I almost gave up since the first three years
However, as a result of my love one’s advice, I tried to learn more about them and, as time passed by, did everything to make them survive. I recalled there was a woman, praying besides a wall…, a man and a trashed ‘Kratong’…, drops of tear for dead cats and dogs buried in a garden…, and promises that never made any difference.

I have too many things to do in life, however, always find times to think about my own desires. So often, I do my work in my mind. I paint in my mind a picture after picture. It may sound ridiculous. The strange thing is that the result of work often matches the picture in the mind. I have never finished my work without finding a way to correct it. There were many times that I erased pictures on a canvas with disgust to what was painted with my own hand. I wish I could do the same thing with some occurrences in my life. But the line under my left little finger implies to me there is no use.
Do not try to find any rightness in my work. Nothing is true. The painting is full of lies and drivels. It is self fooling. It represents something I miss all the time. If several of things in the picture could become real, there would have been a woman, crying most joyously. And so do I.

Attasit Aniwatchon