Untitled 2007 (26, 59, 34, 39 and 503)

by Michael Shaowanasai

11 August – 22 September  2007

เราได้รับการสั่งสอนมาว่า องค์ประกอบสำคัญของพระพุทธศาสนาปฏิบัติคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ศิลปะจัดวางชิ้นนี้ แสดงถึงมุมมองของศิลปินต่อศาสนาที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงในยุคปัจจุบัน

“พระพุทธ” เสนอโดยลำแสงที่กระทบลงบนผนัง ตัวตนของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นสสารที่เรามิสามารถจับต้องได้ เราสามารถเห็นและรู้สึกถึงความมีอยู่ของท่าน แต่การที่เราจะกล่าวได้ว่าเรา พระพุทธเจ้า “เป็นของเรา” หรือ “เรามีพระพุทธ” นั้นยังเป็นคำนิยามที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้

“พระธรรม” อักษรไม้สักฉลุ ปิดทอง กลุ่มนี้สะท้อนถึงสภาวะและสภาพของปรัชญา ที่เราเชื่อว่าองค์พระศาสดาได้ตรัสรู้และเป็นแนวทางของพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน แต่สิ่งใดก็ตามเมื่อขาดการดูแลและปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัย สิ่งนั้นย่อมเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา

“พระสงฆ์” ใช้รูปแบบของป้ายไฟนีออนตามสถานเริงรมย์ แม้ว่าจะได้รับการกราบไหว้, เคารพ หรือบูชา ในฐานะที่เป็นผู้เผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้า “สงฆ์” ก็ยังไม่ได้รับการยกเว้นจากกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ซึ่งกำหนดไว้สำหรับ “มนุษย์”

“กูละเบื่อ” เป็นวลีติดปากที่ใช้สบถกันอย่างสม่ำเสมอ ในวัฒนธรรมไทย

ร่วมสมัย เริ่มเป็นที่นิยมโดยนักการเมืองที่มีชื่อเสียงบางท่านในยุค 70 ใช้เป็นประโยคประจำตัว

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” ใช้รูปแบบอนุรักษ์นิยมของป้ายร้านค้าที่เห็นกันดาษดื่น แต่ด้วยความร่วมสมัยของประโยค ซึ่งแย้งกับความรู้สึกซึ่งผู้ดู ทำให้เกิดการขัดแย้งกันระหว่าง “สิ่งที่เป็น” และ “สิ่งที่ควรจะเป็น”

As we have been taught, three essentials of practicing Buddhist religious are Buddha, Dharma and Sanka ( monks ). The installation depicts today view of the artist and the popular religious.

“Buddha” is presenting in the form of light that can project on any surface. The “self” of he or she is beyond the means of material. You can see it, recognize it but you can not “have” it.

“Dharma” is made in an old fashion shop sign. The material is teak adorned with gold leafs. The stage of today’s Dharma is clearly shown with missing character and fading surface.

“Sanka” or monk is the one who is carrying on the words and wisdoms of Lord Buddha. As time goes by, the blooming of earthly delights has taken over the basic human needs those Lord Buddha have preached and “monks” are no exception to this rules of desires.

The stage of religious is the reflection of the cultures that we are living in. As long as the world is turning, the changes are a something that we can not avoid. With our skin grown thicker, we might have to look at the refection so close in the face and we will see our true self.

“Goo la bur” or “I ‘m fed up!“ was and still is very popular phrase of “light cursing” in contemporary Thai culture. It was made popular by Thai Statesman in the 70’s usually when commenting on politics. Thai will chuckle when they see or heard the phrase as each word will blink to mimic the rhythm of the sentence.

“Fark wai gone ter mung” ( I’ll leave it with you for now.) or “I’ll get you later!”  is made in a traditional shop signs with ribbon style character. The phrase expresses the anger with vengeance that usually related to the Buddhist believes:

what goes around will come around.

The artist married the traditional style to the contemporary speaking language; the result is the hybrid form of “sign” that might be speaking your mind.