Colony

Exhibition by Verapong Sritrakulkitjakarn (Ayino) and Suwit Maprajuab (Rahoum)

16 November – 5 December 2013  

At Gallery Seescape, Chiang mai, Thailand.

    ภายใต้นิทรรศการเล็กๆ ชื่อ “อาณานิคม” ของสองศิลปินคู่หู  วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ (อายิโน๊ะ) และสุวิทย์ มาประจวบ (ราฮวม) ผู้ร่วมออกเดินทางท่องไปในแวดวงศิลปะร่วมสมัยเล็กๆ แต่กลับแลดูกว้างใหญ่เกินจะมองเห็นรั้วรอบได้อย่างชัดเจน หลายปีก่อนที่ทั้งสองเริ่มสังเกตเป้าหมาย เห็นระบบอำนาจ ลำดับขั้นของพื้นที่ทางศิลปะ แต่ราวกับภาพลวงตากลางทะเลทรายเมื่อเดินทางเข้าไปถึงก็กลับว่างเปล่า ไร้ความหมายให้ชื่นชมอีกต่อไป …หากเราเป็นชาวอาณานิคม ในพื้นที่ที่เป็นเมืองขึ้นทางศิลปะ อะไรคือความหมายของการดำรงอยู่ในฐานะศิลปิน โดยเฉพาะศิลปินรุ่นใหม่ที่คลอดออกมาพร้อมกับความแร้นแค้นในทุกๆ ด้านของโลกศิลปะ แต่ไม่ว่าสภาพการณ์นั้นจะเป็นอย่างไร เมื่อถึงเวลาเราต่างก็ร่วมกันฉายภาพกลับหัวของความอุดมทางศิลปะที่ไม่แน่ใจว่าไปพบหาหรือนำพาเงาสะท้อนนั้นมาจากที่ไหนได้อยู่เสมอ

    มองย้อนกลับมา อย่างน้อยเราก็เห็นศิลปินหนุ่มสาวหลายๆ ชีวิต ที่พยายามข้ามผ่านคำถามอันน่าปวดหัวเกี่ยวกับการดำรงชีวิตแบบศิลปิน การเอาชีวิตรอดไปวันๆ กลายเป็นทักษะความสามารถที่เจนจัดพอๆ กับการทำงานศิลปะอย่างพิถีพิถัน เช่นเดียวกันกับทั้งสองศิลปินในนิทรรศการนี้ เมื่อเริ่มลงมือทำงานก็เป็นเวลาของการปลดปล่อยให้ความคิดทำงานออกไปแบบด้นกันสดๆ มากไปกว่าการมานั่งวิเคราะห์ผลงานที่ละชิ้นก็ไม่น่าสนใจเท่ากับการจินตนาการถึงขั้นตอน วิธีการทำงานของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล่า เศร้า สนุก ได้พบเห็น ไปฟัง หรืออ่านอะไรมาในแต่ละวันผลงานศิลปะก็ผลิตซ้ำพรั่งพรูออกมาเช่นนั้น ราวกับมหรสพที่เต็มไปด้วยตัวละครประหลาดที่ทยอยออกมาแสดงแบบวันต่อวัน จนทำให้บางมุมมองศิลปินก็คล้ายกับนักเล่าเรื่องที่สรรหาลีลา นำเสนอด้วยสำนวนศิลปะของตัวเอง

    ในบริบทที่แลดูจะมีสาระ ทว่าเรื่องไร้สาระก็กลับเป็นภาวะที่ใช้ย้อมใจชาวอาณานิคมศิลปะผู้สมัครใจได้เป็นอย่างดี เรื่องแต่งเกี่ยวกับศิลปะอันยิ่งใหญ่ ฝันกลางวันของการเป็นศิลปินดัง ความเมามายบางเวลาก็ช่วยให้อะไรชัดเจนขึ้นบ้างเช่นกัน แต่นานมาแล้วที่ไม่เคยได้ยินประโยคแนวคิดอะไรสวยๆ ออกจากปากของศิลปินทั้งคู่เลย บางทีความเงียบระหว่างคนทำงานศิลปะด้วยกันเองก็สะท้อนแนวคิดที่หนักแน่นบางชนิด คล้ายกับการไม่พูดที่กล่าวกันว่าเป็นภาษาของการตอบโต้แบบไม่ต้องใช้ชั้นเชิง เช่นเดียวกับงานศิลปะของ วีรพงษ์ และสุวิทย์ แม้ทั้งสองจะผลิตผลงานออกมาอย่างมากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่พวกเขาก็ไม่ลืมที่จะใส่ “ช่องว่าง” เอาไว้ในทุกๆ ชุดผลงาน ดั่งมหรสพที่เต็มไปด้วยตัวละครกับบทสทนาที่ยังปล่อยให้ผู้ชมได้ใส่ “คำ” ของตัวเองเข้าไปได้อย่างไม่ต้องคำนึงถึงไวยกรณ์ และที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผลงานในฐานะเครื่องบรรณาการในโลกศิลปะอาณานิคม

ชล เจนประภาพันธ์ / 2013

“Colony” is a small exhibition by duo artists Verapong Sritrakulkitjakarn (Ayino) and Suwit Mapajuab (Rahuam) after they have made a journey into the small world of contemporary art, which ironically has become too large to identify its border. Many years ago both artists began observing objectives, system of power, and hierarchy in the art world, but like illusions in the desert, you will find only nothingness when you reach them with no meanings left for appreciation. … If we were colonists in an art colony, what would be the meaning of existence as an artist, especially for new artists who were born with all inadequacies in every area of the art world? In whatever situations, we always join in the attempt to project inverted versions of art resource abundance, even though for most of the time, we are unsure where we can find or bring out those reflections.

Still, we can see many young artists who try to overcome difficult challenges of living as an artist. Everyday survival skills have become their expertise at the same level as their meticulous art practice. In the same way, both artists in this exhibition create their works by freely releasing their ideas in improvisation. Analyzing each work is not as interesting as imagining the artists’ process and method. All kinds of tragic or comic stories that they see, hear, or read each day have been recreated in a continuous flow, like a theatrical where every day a variety of strange characters give their performances one by one. In some aspects, the two artists are like narrators who select appropriate styles to present stories with their own artistic expressions.

In this seemingly serious context, some nonsense can effectively hearten these voluntary art colonists. Fictions on great art, daydreams of being a famous artist, and times of drunkenness might help to make things clearer. It is for a long time that we have never heard impressive concepts from both artists’ mouths. Sometimes silence among artist colleagues reflect some substantial thoughts, in the same way that non-talking is said to be a language of response without tactics. Although the pair has produced a large body of works in these several years, they never forget to include “blanks” in each of their collections. Like a theatrical full of characters and conversations, the audience can fill their own “words” in this performance regardless of the grammar. The remaining responsibility is left to the works which serve as tributes in this world of art colony.

Chol Janepraphaphan/ 2013

GALLERY